เสือดำ มรดกโลกทางธรรมชาติ

 

Panthera pardus ชื่อวิทยาศาสตร์ของ “เสือดำ” เป็นคำเดียวกับชื่อวิทยาศาสตร์ของ “เสือดาว” ในทางสัตวศาสตร์ทั้งสองจัดเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน แม้สีสันภายนอกแตกต่างกันก็ตามPanthera pardus

หนึ่งในเหตุผลที่ใช้อธิบายว่าเสือดาวธรรมดากับเสือดาวดำเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน คือเสือดาวธรรมดาเวลาออกลูกบางทีก็เป็นสีดำ บางทีในครอกเดียวกันมี ๒ ตัว ตัวหนึ่งเป็นเสือดาวสีธรรมดา อีกตัวหนึ่งเป็นเสือดำ ลูกของเสือดำบางทีก็ออกมาเป็นเสือดำ บางทีก็ออกมาเป็นเสือดาวสีธรรมดา

แม้มองผ่านๆ จะเห็นว่าเสือดำมีสีดำขลับทั้งตัว แต่ถ้ามองดูใกล้ๆ ในที่มีแสงสว่าง จะเห็นลายจุดเข้มแสดงออกมาอย่างชัดเจน

นักสัตวศาสตร์จำนวนหนึ่งเห็นกันว่าเสือดำมีต่อมทำสีดำหรือเมลานินมากเกินไป จึงถือว่ามันเป็นแต่เพียง “Melanism” หรือ “Spots”

อย่างไรก็ดี รายงานชิ้นหนึ่งในต่างประเทศกล่าวว่า เมื่อสวนสัตว์แห่งหนึ่งทดลองให้เสือดำกับเสือดำผสมพันธุ์กันกลับได้ลูกออกมาเป็นเสือดำล้วนๆ ทุกครอก จนทำให้นักวิจัยเริ่มหวั่นไหว…หรือเสือดำจะเป็นสัตว์อีกพันธุ์หนึ่งแยกไปต่างหากกันแน่ ?

เสือดำอาศัยทั้งในป่าโปร่ง ป่าทึบ ป่าที่มีโขดหิน พบในทวีปแอฟริกา เอเชีย ตั้งแต่แมนจูเรียลงมาถึงอินโดจีน เขตไทย มาเลเซีย และชวา ในเมืองไทยมีรายงานว่ามีมากที่สุดทางภาคใต้ ยิ่งลงไปทางตอนใต้ก็ยิ่งมีเสือดำมากขึ้น โดยเฉพาะที่ส่วนปลายของแหลมมลายู ขณะที่เสือดาวสีธรรมดาก็ยิ่งมีน้อยลง

ซี.บี.คลอส รายงานเรื่องนี้ไว้ในวารสาร Royal Asiatic Society ว่า “เสือดาวทางทิศใต้ของมะละกาลงไปเป็นเสือดำทั้งหมด ไม่มีเสือดาวสีธรรมดาเลย”

การเปลี่ยนแปลงของสีจากเหลืองเป็นดำนี้ตรงกับแนวคิดข้อหนึ่งว่า “อากาศร้อนและฝนชุก สัตว์มักเปลี่ยนเป็นสีดำ” และ “ยิ่งลงต่ำทางทิศใต้ สีก็ยิ่งดำขึ้น”

ขณะที่นักล่าสัตว์ชาวต่างประเทศบางคนตั้งข้อสังเกตว่า เสือดาวทางภาคใต้ชอบจับลิงจับค่าง ธรรมชาติจึงเปลี่ยนสีของมันให้ดำเข้ากับสีอันค่อนข้างมืดทึบของป่าดงดิบที่ฝูงลิง ค่าง ชะนี ชอบอาศัย แต่ก็ยังไม่วายมีความเห็นต่างตามมาว่า ไม่ว่าจะสีดำหรือสีเหลืองจุดดำมองลงมาจากที่สูงก็เห็นยากพอๆ กัน อีกอย่างเสือดาวสีธรรมดาก็มีสีบริเวณหลังเข้ม และมีจุดดำแน่นถี่อยู่แล้ว

แหล่งที่มา sarakadee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *