About Debra

Here are my most recent posts

หมีแพนด้า

 

หมีแพนด้า

หมีแพนด้า หรือไจแอนท์แพนด้า (อังกฤษ: Giant panda ชื่อวิทยาศาสตร์: Ailuropoda melanoleuca) หรือที่นิยมเรียกว่า หมีแพนด้า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเดี๋ยวนี้จัดอยู่ในตระกูลหมี (Ursidae) ถิ่นอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ของกินโปรดของแพนด้าเป็นใบ
ไผ่ ยิ่งกว่านั้นจะเป็นต้นหญ้าจำพวกอื่นๆลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของแพนด้ายักษ์เป็นมีขนสีดำรอบดวงตา, ใบหู, บ่า และก็ขาทั้งยังสี่ข้าง ส่วนอื่นมีขนสีขาว

เดี๋ยวนี้แพนด้ายักษ์เป็นหนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์เยอะที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก ตามรายงานปัจจุบัน มีแพนด้า ที่เลี้ยงในกรงเลี้ยง 239 ตัวอยู่ในจีน แล้วก็อีก 27 ตัวอยู่ในต่างถิ่น มีการคาดหมายไว้ว่ามี แพนด้า ราว 1,590 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากการเรียน
ในปี คริสต์ศักราช 2006 ผ่านการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแพนด้ายักษ์เป็นปริมาณถึง 2,000-3,000 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปริมาณแพนด้าตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น สหภาพนานาประเทศเพื่อการรักษาธรรมชาติแล้วก็ทรัพยากรธรรมชาติมั่นใจว่าข้อมูลดังที่กล่าวถึงมาแล้วยังไม่มีความแน่นอนพอที่จะย้ายชื่อแพนด้ายักษ์ออกมาจากบัญชีรายชื่อสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์

“Hyena” นักล่าแห่งป่าใหญ่ในแอฟริกา

Hyena

” Hyena ” ไฮยีนา เป็นสัตว์ในเชื้อสายที่พวกเรารู้กันว่าเป็นหมาใน แต่ว่าไม่ใช่สุนัขและไม่มีความสายพันธุ์ที่เกี่ยวกับหมาทั้งสิ้น ไฮยีนา สามารถเปล่งเสียงได้หลายเสียง(หลายครั้งที่เสียงเหมือนมนุษย์หัวเราะ) ไฮยีนาจะมีคอที่หนารวมทั้งยาว ขนที่แผงคอจะหยาบ มีขาหน้ายาวกว่าขาข้างหลัง เท้าของมันมี 4 นิ้ว ไฮยีนา เป็นสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร ซึ่งอาหารที่ชื่นชอบก็คือซากสัตว์ที่เหลือจากการกินของสิงโต หรือเสือดาว ไฮยีนามีขากรรไกรที่แข็งแรงที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหลาย จึงสามารถเคี้ยวกระดูกของเหยื่อได้อย่างไม่ยากเย็น

ไฮยีนาชอบรวมตัวกันออกหาเหยื่อโดยมีตัวเมียเป็นผู้นำฝูง ไฮยีนาตัวเมียนั้นจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ที่ขยายใหญ่ได้จนถึงมีขนาดพอๆกับของลับของตัวผู้ ตัวใดที่มีลักษณะอวัยวะสืบพันธุ์คล้ายเพศผู้ จะสามารถเข้ากลุ่มตัวเมียได้ดี ไฮยีนาตัวเมียที่ไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์ผู้จะถูกขับออกจากกลุ่มตัวเมีย และไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการมีกลุ่มได้ มันสามารถวิ่งได้เร็วถึง 65 กม.ต่อชั่วโมง

ถิ่นฐาน ทุ่งหญ้าในทวีปแอฟริกา เกร็ดความรู้ จากรูปร่างรวมทั้งเสียงร้องที่แปลกประหลาดนี้เองพื้นที่บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ได้นำไปปรับเปลี่ยนเป็นตัวการ์ตูนไฮยีน่าสามเกลอ ดังเช่น Shenzi, Banzai รวมทั้ง Ed ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่องเดอะ ไลออนคิงอยู่พอสมควร ปัจจุบันเยาวชนไทยสามารถเยี่ยมชมไฮยีน่าตัวจริงได้ที่สวนสัตว์ดุสิตด้วยเช่นเดียวกัน

ปลาหมอสี ปลาเลี้ยงสวยงาม เเละมีราคาแพง !!

 

ปลาหมอสี

” ปลาหมอสี “ นั้นเป็นปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดที่ได้อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ทะเลสาบ หนอง บึง คูคลองต่างๆโดยมีแหล่งกำเนิดจาก 2 กลุ่มใหญ่ๆในโลก เป็น ความเป็นมา หมอสี ในประเทศไทย
ซึ่งจัดได้ว่าเป็นความเป็นมาของ ปลาชนิดนี้ แบบย่อๆไม่ได้มีการรับรองเป็นที่แน่ชัดว่าคนใดเป็นผู้นำเข้า ซึ่งเมื่อราวๆปี พุทธศักราช 2505 มีปลาหมอตัวแรกที่ได้นำเข้ามาแล้วก็มีชื่อว่า “แจ๊คเดมเซย์” ซึ่งนับได้ว่าเป็นตัวแรกที่ได้มีผู้นำเข้ามาเลี้ยง และก็ในเวลาถัดมาก็ได้มีตัวที่2 มีชื่อว่า ออสการ์ เป็นปลาหมออีกประเภทหนึ่งเหมือนกัน ต่อมาอีกก็ได้ถูกนำไปแยกสายพันธุ์ออกเป็นออสการ์โดยยิ่งไปกว่านั้นที่พวกเรามองเห็นกันอยู่
แต่ประวัติความเป็นมา หมอสี ที่นำเข้ามานั้น อยู่ในช่วงประมาณ 30 ปีขึ้นไปโดยถิ่นกำเนิดของ

ปลา.หมอสี จะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ2 กลุ่มก็คือ

1. เป็นกลุ่มที่วางไข่กับพื้น หรือซิคคลาโซน่า จะมีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกาก็คือแถบๆอเมริกากลาง อเมริกาใต้ บราซิลรวมทั้งบริเวณลุ่มน้ำอะเมซอนเป็นหลัก เช่น ปลาเซวาลุ่มทอง ที่กำลังนิยมอยู่ในทุกวันนี้ นอกเหนือจากนั้นยังมีพวกซิลส์ไปลุ่ม รวมทั้งปลาหมอมาคูลิคัวด้า ที่นิยมในตอนนี้
2. เป็นกลุ่มที่อมไข่เอาไว้ภายในปาก ได้มาจากทะเลสาบทางด้านอัฟริกาหรืออัฟริกาใต้ โดยส่วนมากปลาที่นิยมเลี้ยงก็จะมาจากทะเลสาปมาลาวี แถวๆแถบแทนซาเนีย และก็มีพวก แซ พวกซาอี เป็นพวกที่นิยมจับปลาหมอแล้วก็เอาปลาหมอออกขายสู่ตลาดโลกทำให้มีชื่อเสียงกันจนวันนี้…

สลอธ สัตว์โลกที่เเสนเชื่องช้า !!

sloth

sloth สลอธ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลางในวงศ์สลอธสองนิ้วเท้า (Megalonychidae) และสลอธสามนิ้วเท้า (Bradypodidae) จำแนกเป็นหกสปีชีส์สลอธอยู่ในอันดับ Pilosa และมีความสัมพันธ์กับตัวกินมด ซึ่งมีชุดกรงเล็บที่ทำหน้าที่พิเศษคล้ายกัน
สลอธเท่าที่มีอยู่เป็นสัตว์อาศัยอยู่บนต้นไม้ในป่าอเมริกากลางและทวีปอเมริกาใต้ และขึ้นชื่อว่า

เคลื่อนที่ช้า อันเป็นที่มาของชื่อ “sloth” สปีชีส์สลอธที่สูญพันธุ์แล้วมีสลอธน้ำบางชนิดและสลอธบกอีกหลายชนิด บางชนิดมีขนาดเท่าช้าง ซึ่งสลอธที่มีขนาดเท่าช้าง เป็นสลอธในยุคเมื่อนานมาแล้วกว่า 11,000 ปีก่อนสลอธอาศัยอยู่บนต้นไม้เป็นหลัก ใน 1 วัน

สลอธจะใช้เวลาในการนอนกว่า 20 ชม. กิจวัตรต่างๆ ทั้งกิน นอน สืบพันธุ์ เลี้ยงลูก สลอธก็จะเลี้ยงอยู่บนต้นไม้ความเร็วของสลอธปกติจะเคลื่อนที่ได้เพียง 15 – 30 เซนติเมตร ต่อ นาที หากมีภัยอันตรายสลอธสามารถเร่งความเร็วได้ถึง 4.5 เมตรต่อนาที สลอธสร้างแหล่งที่อยู่ที่ดีสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่น และสลอธหนึ่งตัวอาจเป็นที่อยู่ของผีเสื้อกลางคืนแมลงเต่าทอง
แมลงสาบซิลิเอตเห็ดราและสาหร่าย

คุญเคยสงสัยไหมทำไม ” อูฐ ” สามารถดำลงชีวิตอยู่กลางทะเลทรายได้ ??

CamelCamel อูฐ  เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขายาว สามารถพักอาศัยในทะเลทรายได้สบายๆถึงแม้ว่าขาดแหล่งน้ำสะอาด รวมทั้งมีความร้อน
เป็นอย่างมากในช่วงเวลากลางวัน และอะไรเป็นทำให้อูฐเหล่านี้พิเศษกัน ข้อแรกต้องพาไปรู้จักกับมันซะก่อน อูฐ มีอยู่ 2 สายพันธุ์สำคัญๆ
คือ อูฐ “Dromedary” ซึ่งมีหนอกข้างหลังเพียงแค่ก้อนเดียว และก็อูฐ
“Bactrain” จะมีสองก้อน เจ้าหนอกกลุ่มนี้มีความพิเศษช่วยสำหรับเพื่อการเก็บกักไขมันไว้ เพื่อใช้เป็นพลังงานในยามที่ไม่ได้กินอาหาร และน้ำ นอกเหนือจากนี้ ส่วนพิเศษของร่างกายอีกอย่างหนึ่งก็คือ ชั้นกลีบตาที่สาม สำหรับปกป้องดวงตาจากทราย รวมทั้งมีขนตาที่ยาวพิเศษช่วยสำหรับการดักจับสิ่งสกปรกอย่างเดียวกัน ในเวลาที่ทรายเข้าจมูกจากพายุทะเลทรายนั้น คือปัญหาใหญ่สำหรับมนุษย์ แม้กระนั้นไม่ใช่สำหรับพวกมัน อูฐสามารถที่จะปิดรูสมูกของมันได้ในขณะที่เกิดลมพายุทะเลทราย เป็นเวลากว่าพันปี ที่มนุษย์ได้ใช้อูฐเป็นยานพาหนะสำหรับการขนส่งสินค้า รวมทั้งเดินทางไปสถานที่ต่างๆด้วยเหตุว่าความแข็งแรงของมันซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้ 375 – 600 ปอนด์ (ราว 170 – 270 กิโล) บนข้างหลังของมัน ทำให้ได้ฉายาว่า “เรือเดินได้บนทะเลทราย” นอกเหนือจากการใช้งานขนส่งแล้ว พวกมันยัง…

ปลากระเบน สิ่งมหัศจรรย์แห่งโลกใต้ทะเล

 

ปลากระเบน Stingrays, Rays,อันดับใหญ่ Batoidea คือ ปลากระดูกอ่อนชนิดหนึ่งที่เจอได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย รวมทั้งทะเล

มีรูปร่างแบนราบ มีท่อน้ำออก 1 คู่ อยู่ข้างหลังของหัว ซึ่งทำหน้าที่ให้น้ำผ่านเข้าทางเพื่อไหลเวียนผ่านเหงือกเพ่อการหายใจ
ซึ่งจะไม่ไหลเวียนผ่านปากซึ่งอยู่ข้างล่างลำตัว
ปลากระเบนราวกับปลากระดูกอ่อนหรือปลากระดูกแข็งประเภทอื่น หากินบริเวณพื้นน้ำ มีหลายตระกูล หลายสกุล ขนาดแตกต่างกันหลากหลายไปตามสกุลและชนิด กระจายไปตามเขตอบอุ่นทั่วโลก อาทิเช่น ในตระกูลปลากระเบนหางสั้น (Potamotrygonidae) มีหางสั้น รูปร่างกลมเหมือนจานข้าว ในตระกูลปลากระเบนธง(Dasyatidae) รูปร่างค่อนข้างจะกลม จะงอยปากแหลม หางยาวเหมือนแส้ มีเงี่ยงพิษที่โคนหาง 1 – 2 ชิ้น ที่เมื่อหักไปแล้วสามารถงอกใหม่ได้ ในตระกูลปลากระเบนกระแสไฟฟ้า (Narcinidae รวมทั้ง Torpedinidae) พบในทะเล มีขนาดเล็ก มีรูปร่างต่างไปจากปลากระเบนประเภทอื่นๆรวมทั้งสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อป้องกันตัวและล่าเหยื่อได้ด้วย

หมีขอ สัตว์น้อยผู้น่าสงสารแม้จะชื่อหมี แต่ไม่ได้เป็นหมีนะ

 หมีกระรอกหมีกระรอก หมีขอ หรือ บินตุรง หรือ Binturong, Bearcat 
ชื่อ
วิทยาศาสตร์: Arctictis binturong เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
แม้ว่าจะมีหน้าตาเหมือนหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่จริง ๆ
แล้ว
เป็นสัตว์ประเภทชะมดและอีเห็น (Viverridae)
ที่ใหญ่ที่สุด จัดเป็นสัตว์เพียงประเภทเดียวในสกุล Arctictis
ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์จนถึงปัจจุบันนี้

หมีขอมีขนสีดำตามลำตัวซึ่งออกจะยาวแล้วก็หยาบ สีขนบริเวณหัวอาจมีสีเทา มีใบหูกลม รอบๆขอบหูมีสีขาว หมีขอมีหางยาวเป็นพวงเหมือนกระรอก ซึ่งสามารถม้วนงอได้แล้วก็สามารถใช้เกาะเกี่ยวต้นไม้ได้อย่างดีเยี่ยม หมีขอมีความยาวลำตัวแล้วก็หัว 61-96 ซม.
ความยาวหาง 50-84 ซม. น้ำหนัก 10–20 โล

หมีขอมีต่อมสร้างสารกลิ่นฉุนอยู่ข้างทวารหนัก เพศผู้จะอยู่เหนืออัณฑะขึ้นมา ส่วนตัวเมียมีต่อมข้างช่องคลอด ซึ่งจะผลิตฟีโรความสงบออกมาควบคู่กัน ระดับแอมโมเนียที่ผลิตขึ้นมามีความเข้มข้นพอเพียงจะทำให้กลิ่นนั้นเปลี่ยนสภาพเป็นกลิ่นเหมือนเนย
หอมที่ผสมในป็อปคอร์น

หมีขอเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน อาศัยและก็หากินโดยลำพัง แต่ว่าในบางครั้งบางทีอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ประกอบไปด้วย แม่และลูก ในตอนกลางวันจะอาศัยโพรงไม้เป็นที่หลับนอน อาหารตัวอย่างเช่น ผลไม้และก็สัตว์ที่มีขนาดเล็กประเภทต่างๆบนต้นไม้อีกทั้งแมลงรวมทั้งสัตว์เลื้อยคลาน ขึ้นต้นไม้ได้เก่งมาก โดยใช้หางที่ยาวเกาะเกี่ยวก้านไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง นอกเหนือจากนี้ยังสามารถว่ายน้ำได้อีกด้วย มีการสืบพันธุ์กันได้ตลอดทั้งปี ใช้เวลาตั้งครรภ์นาน 92 วัน คลอดลูกทีละ 1–3 ตัว หมีขอตัวเมียจะมีเต้านมทั้งหมด คู่ ลูกที่เกิดใหม่จะยังไม่สามารถใช้หางเกี่ยวกิ่ง
ไม้
ได้เสมือนตัวพ่อแม่

 …

สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก นักล่าแห่งขั้วโลกเหนือ !!

“สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก Arctic Fox จัดว่าเป็นสัตว์ซึ่งสามารถปรับสภาพให้ยังคงอยู่ในลักษณะอากาศที่หนาวจัดได้ดีชนิดหนึ่ง”สุนัขจิ้งจอกอาร์กติก
 มีระบบการปรับอุณหภูมิ ซึ่งสามารถควบคุมความร้อนภาย
ในร่างกาย
ได้ สามารถทนอยู่ได้ในที่ๆมีอุณหภูมิต่ำ
ถึง -50 องศาเซลเซียสได้ จิ้งจอกอาร์กติกจะมีใบหน้า
ที่สั้นกว่าสุนัขจิ้งจอกจำพวกอื่น

และก็มีใบหูที่เล็ก ขนของมันฟูดก
เพื่อป้องกันการสูญเสียความร้อน มันจะมีขนอยู่รอบๆอุ้งเท้าเพื่อช่วยทำให้เดิน แล้วก็วิ่งบนพื้นน้ำแข็งได้ในตอนที่หิมะตกหนัก หรือเกิดลมพายุ จิ้งจอกอาร์กติกจะขุด
โพรงลึกลงไปใต้หิมะ แล้วก็งอตัวนอนโดยใช้หาง
ของมันตวัดมาปิดตัวรวมทั้งหน้าไว้เหมือนคนคลุมผ้าที่เอาไว้ห่ม และเมื่อหน้าหนาวหมดลง หิมะเริ่มละลาย ต้นไม้เริ่มผลิใบอ่อน
จิ้งจอกอาร์กติกเองก็มีการ
เปลี่ยน ขนสีขาวของมันจะร่วงลง
และก็มีขนสีเทาอมน้ำตาลขึ้นแทนรวมทั้งจะสั้นกว่าขนในช่วงฤดูหนาว ทำให้ตัวมันดูเล็กลง รวมทั้งมีขนาดเท่าแมวบ้านแค่นั้น ในขั้วโลกเหนือหน้าร้อนนั้นสั้นมาก
และเมื่อฤดูหนาวกลับมา
หมาจิ้งจอกขั้วโลกก็จะเปลี่ยนสีขนกลับไปเป็นขนสีขาวอีกที เป็นการบอกให้รู้ดีว่า การต่อสู้กับความหนาวเย็นกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่กว่าและมีนิสัยก้าวร้าว

สุนัขจิ้งจอกแดงจึงได้เปรียบในการออกล่าเหยื่อและนั่นคือการทำให้จำนวนประชากร สุนัขจิ้งจอกอาร์กติกเริ่มลดลงค่อนข้าง
ชัดเจนในหลายพื้นที่

นกฮูก นักล่า ยามราตรี !!

 


นกเค้าแมว หรือ นกเค้า ( Owl) เป็นนกที่อยู่ในอันดับ
ใบหน้าคล้ายแมว อันเป็นที่มาของชื่อสามัญ
 จับสัตว์เล็กกินเป็นอาหาร อาทิเช่น หนูงู หรือสัตว์เลื้อยคลาน
หรือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเล็กในขณะที่

บางประเภทที่มีขนาดใหญ่บางทีอาจจับปลา
หรือปูกินได้ด้วย จัดเป็นนกล่าเหยื่อพวกหนึ่งราวกัเหยี่ยวอินรี และอีแร้ง ที่หากินใน

เวลากลางวัน ส่วนนกเค้าแมวนั้นมักหากินในค่ำคืน
ทำให้มีเล็บโค้งแหลมและก็มีปากโค้งแหลมสำหรับจับสัตว์รับประทาน Strigiformes มีรูป

เหตุที่หากินในตอนกลางคืน เป็นเพราะนกเค้าแมวเป็นนกที่ไม่อาจสู้
กับนกล่าเหยื่อในเวลากลางวัน อย่างเหยี่ยวหรืออินรีได้ อีกทั้งบางครั้งยังถูกนกที่มีขนาดเล็กกว่าอย่าง
 นกเอี้ยงหรือนกกิ้งโครงไล่จิกตีอีกต่างหาก

เนื่องจากเป็นสัตว์ที่หากินในยามค่ำคืน
 ก็เลยมีดวงตาพองกว่าเหยี่ยวและอินรีมาก
 ดวงตาอยู่ด้านหน้าของใบหน้าราวกับมนุษย์
และก็สัตว์ตระกูลแมว หัวหมุนได้เกือบจะรอบข้างได้ถึง 270 องศา เนื่องจากมี

กระดูกสันหลังตรงคอ 14 ชิ้น ซึ่งมากกว่าสัตว์ประเภทใดๆในโลก
 หูของนกเค้าแมวมีความไวมากเป็นพิเศษ
สำหรับการฟังเสียงในเวลากลางคืนและหา
 เหยื่อ มีขนปีกอ่อนนุ่ม บินได้เงียบเพื่อไม่ให้เหยื่อรู้

ตัว และมีประสาทสายตาที่มองเห็นได้ดีกว่ามนุษย์
ถึง 100 เท่าโดย ปกติแล้วตัวเมียมีขนาด
โตกว่าตัวผู้ ตัวเมียเป็นตัวที่กกไข่ ตัวผู้ไม่กกไข่
มักพบก้อนที่สำรอกคายออกทิ้งลงมาที่พื้นเบื้องล่างในรัง

หรือบริเวณใกล้เคียง กับรัง เพราะนกเค้าแมวมักกลืนเหยื่อเข้าไปทั้งตัว กระดูกและขนที่ไม่ย่อยก็สำรอกออกมาเป็นก้อนทิ้งทีหลัง

Peacocks ” ราชินีแห่งนก “


 Peacocks ” นกยูง ” ถูกยกให้เป็นนกสวยงาม
และสง่างามที่สุดของโลก รวมทั้งเป็นราชินีของนก
ทั้งผอง ในอดีตจึงมักมีเรื่องมีราวราวของ
 Peacocksนกยูง ปรากฎตามภาพลายเส้น บทประพันธ์ 

และก็
ลัทธิความเชื่อ ของชนหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวฮินดู จีน อียิปต์ รวมทั้งชนพื้นเมืองแถบ
เมดิเตอร์เรเนียนรวมถึงประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ นกยูง จัดอยู่ในตระกูล Phasianidae เป็น
สัตว์ปีกพวกไก่ฟ้าขนาดใหญ่ที่มีอยู่ร่วมกัน
 สกุลในโลกหมายถึงนกยูงทาง
ทวีป

เอเซีย (Pavo) และ นกยูงทางทวีปแอฟริกา (Afropavo) หรือนกยูงคองโก โดยนกยูงทวีปเอเชีย แบ่งเป็น จำพวกเป็นนกยูงประเทศ
อินเดีย
 หรือนกยูงสีน้ำเงิน และนกยูงไทย หรือนกยูงสีเขียว อย่างไรก็ตาม นักวิชาการบางคน ไม่ถือว่านกยูงคองโก เป็นนกยูง เพราะ

ลักษณะภายนอก และพฤติกรรมต่างๆไม่เหมือนกับนกยูงประเทศอินเดีย รวมทั้งนกยูงไทยมาก
สำหรับในประเทศไทย นกยูง เคยมีกระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ แต่ว่าเดี๋ยวนี้ได้ลดปริมาณอย่างรวดเร็ว
อันเนื่องจากป่าซึ่งเป็น
ถิ่นที่อยู่อาศัย

ได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว และถูกจับล่าจำนวนมาก ฉะนั้น นกยูงจึงคงเหลืออยู่แต่ในสวนสัตว์ และพื้นที่ป่าสงวน
สำหรับ นกยูงไทย แบ่งได้ สายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ประเทศพม่า สายพันธุ์ชวา แล้วก็สายพันธุ์อินโดจีน ซึ่งสองสายพันธุ์หลังนี้ พบการกระ

จายพันธุ์ในประเทศไทย โดยสายพันธุ์ชวาพบอยู่ทางใต้ ส่วนสายพันธุ์อินโดจีน พบได้ทั่วไปในอาณาบริเวณที่อยู่เหนือคอคอดกระ ตามริมลำ
น้ำ
สายใหญ่ ใกล้แนวป่า เช่น แถบลำน้ำปิง ลำน้ำพอง
ลำน้ำตาปี ลำน้ำแควใหญ่ และแควน้อย