กระต่ายป่า 

 

กระต่ายป่า

กระต่ายป่า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูล Leporidae ประเภทหนึ่ง มีลักษณะเด่นคือ
มีหูยาวสามารถแลเห็นได้แต่ไกล มีขนขึ้นรอบๆกระพุ้งแก้มรวมทั้งมีฟันหน้าของขากรรไกรบน
4 ซี่ เรียงทับกัน 2 คู่ ฟันคู่ข้างหลังเล็กกว่าคู่หน้า ขาคู่สันหลังยาวกว่าขาคู่หน้า
เท้าหน้ามี 5 นิ้ว เทา หลังมี 4 นิ้ว ใต้ผ่าเท้ามีขนปกคลุมหนาแน่นช่วยทำให้ขยับเขยื้อนได้โดยไม่มีเสียง หางสั้นเป็นกระจุก ขนบริเวณหลังเป็นสีน้ำตาลปนเทา ปลายขนมีสีน้ำตาลเข้ม มีความยาวลำตัวและหัว 44-50 ซม. ความยาวหาง 6.5-8.5 ซม. น้ำหนัก 1.35-7 กิโล

มีการกระจายประเภทในเมียนมาร์, ไทย, เวียดนาม, ลาว, เขมร ชอบอาศัยในป่าโปร่ง, ป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ ออกหากินในค่ำคืนตามกอหญ้าที่รกทึบ ออกหากินเพียงลำพังในอาณาเขตของตน มี ต้นหญ้า เป็นของกินหลัก ยอดไม้ หรือผลไม้ที่หล่นจากต้นเป็นอาหารเสริม ในบางครั้งอาจ
แทะเขากวางที่ผลัดทิ้งเพื่อเพิ่มแคลเซียมด้วย กระต่าย เพศผู้มักต่อสู้เพื่อแก่งแย่งตัวเมียในช่วงฤดูสืบพันธุ์ด้วยการกระโดดถีบหรือกัดด้วยความรุนแรง กระต่าตัวเมียใช้เวลาท้อง 35-40 วัน คลอดลูกทีละ 1-7 ตัว โดยการขุดโพรงใต้ดินอยู่ ลูกกระต่าย ที่เกิดใหม่จะขนปกคลุมตัว
รวมทั้งลืมตาได้เลย

หมีแพนด้า

 

หมีแพนด้า

หมีแพนด้า หรือไจแอนท์แพนด้า (อังกฤษ: Giant panda ชื่อวิทยาศาสตร์: Ailuropoda melanoleuca) หรือที่นิยมเรียกว่า หมีแพนด้า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมซึ่งเดี๋ยวนี้จัดอยู่ในตระกูลหมี (Ursidae) ถิ่นอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน ของกินโปรดของแพนด้าเป็นใบ
ไผ่ ยิ่งกว่านั้นจะเป็นต้นหญ้าจำพวกอื่นๆลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของแพนด้ายักษ์เป็นมีขนสีดำรอบดวงตา, ใบหู, บ่า และก็ขาทั้งยังสี่ข้าง ส่วนอื่นมีขนสีขาว

เดี๋ยวนี้แพนด้ายักษ์เป็นหนึ่งในสัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์เยอะที่สุดสายพันธุ์หนึ่งของโลก ตามรายงานปัจจุบัน มีแพนด้า ที่เลี้ยงในกรงเลี้ยง 239 ตัวอยู่ในจีน แล้วก็อีก 27 ตัวอยู่ในต่างถิ่น มีการคาดหมายไว้ว่ามี แพนด้า ราว 1,590 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม จากการเรียน
ในปี คริสต์ศักราช 2006 ผ่านการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีแพนด้ายักษ์เป็นปริมาณถึง 2,000-3,000 ตัวอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าปริมาณแพนด้าตามธรรมชาติเพิ่มขึ้น สหภาพนานาประเทศเพื่อการรักษาธรรมชาติแล้วก็ทรัพยากรธรรมชาติมั่นใจว่าข้อมูลดังที่กล่าวถึงมาแล้วยังไม่มีความแน่นอนพอที่จะย้ายชื่อแพนด้ายักษ์ออกมาจากบัญชีรายชื่อสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์

คุญเคยสงสัยไหมทำไม ” อูฐ ” สามารถดำลงชีวิตอยู่กลางทะเลทรายได้ ??

CamelCamel อูฐ  เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขายาว สามารถพักอาศัยในทะเลทรายได้สบายๆถึงแม้ว่าขาดแหล่งน้ำสะอาด รวมทั้งมีความร้อน
เป็นอย่างมากในช่วงเวลากลางวัน และอะไรเป็นทำให้อูฐเหล่านี้พิเศษกัน ข้อแรกต้องพาไปรู้จักกับมันซะก่อน อูฐ มีอยู่ 2 สายพันธุ์สำคัญๆ
คือ อูฐ “Dromedary” ซึ่งมีหนอกข้างหลังเพียงแค่ก้อนเดียว และก็อูฐ
“Bactrain” จะมีสองก้อน เจ้าหนอกกลุ่มนี้มีความพิเศษช่วยสำหรับเพื่อการเก็บกักไขมันไว้ เพื่อใช้เป็นพลังงานในยามที่ไม่ได้กินอาหาร และน้ำ นอกเหนือจากนี้ ส่วนพิเศษของร่างกายอีกอย่างหนึ่งก็คือ ชั้นกลีบตาที่สาม สำหรับปกป้องดวงตาจากทราย รวมทั้งมีขนตาที่ยาวพิเศษช่วยสำหรับการดักจับสิ่งสกปรกอย่างเดียวกัน ในเวลาที่ทรายเข้าจมูกจากพายุทะเลทรายนั้น คือปัญหาใหญ่สำหรับมนุษย์ แม้กระนั้นไม่ใช่สำหรับพวกมัน อูฐสามารถที่จะปิดรูสมูกของมันได้ในขณะที่เกิดลมพายุทะเลทราย เป็นเวลากว่าพันปี ที่มนุษย์ได้ใช้อูฐเป็นยานพาหนะสำหรับการขนส่งสินค้า รวมทั้งเดินทางไปสถานที่ต่างๆด้วยเหตุว่าความแข็งแรงของมันซึ่งสามารถรับน้ำหนักได้ 375 – 600 ปอนด์ (ราว 170 – 270 กิโล) บนข้างหลังของมัน ทำให้ได้ฉายาว่า “เรือเดินได้บนทะเลทราย” นอกเหนือจากการใช้งานขนส่งแล้ว พวกมันยัง…

หมีขอ สัตว์น้อยผู้น่าสงสารแม้จะชื่อหมี แต่ไม่ได้เป็นหมีนะ

 หมีกระรอกหมีกระรอก หมีขอ หรือ บินตุรง หรือ Binturong, Bearcat 
ชื่อ
วิทยาศาสตร์: Arctictis binturong เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
แม้ว่าจะมีหน้าตาเหมือนหมีจนได้ชื่อว่าหมี แต่จริง ๆ
แล้ว
เป็นสัตว์ประเภทชะมดและอีเห็น (Viverridae)
ที่ใหญ่ที่สุด จัดเป็นสัตว์เพียงประเภทเดียวในสกุล Arctictis
ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์จนถึงปัจจุบันนี้

หมีขอมีขนสีดำตามลำตัวซึ่งออกจะยาวแล้วก็หยาบ สีขนบริเวณหัวอาจมีสีเทา มีใบหูกลม รอบๆขอบหูมีสีขาว หมีขอมีหางยาวเป็นพวงเหมือนกระรอก ซึ่งสามารถม้วนงอได้แล้วก็สามารถใช้เกาะเกี่ยวต้นไม้ได้อย่างดีเยี่ยม หมีขอมีความยาวลำตัวแล้วก็หัว 61-96 ซม.
ความยาวหาง 50-84 ซม. น้ำหนัก 10–20 โล

หมีขอมีต่อมสร้างสารกลิ่นฉุนอยู่ข้างทวารหนัก เพศผู้จะอยู่เหนืออัณฑะขึ้นมา ส่วนตัวเมียมีต่อมข้างช่องคลอด ซึ่งจะผลิตฟีโรความสงบออกมาควบคู่กัน ระดับแอมโมเนียที่ผลิตขึ้นมามีความเข้มข้นพอเพียงจะทำให้กลิ่นนั้นเปลี่ยนสภาพเป็นกลิ่นเหมือนเนย
หอมที่ผสมในป็อปคอร์น

หมีขอเป็นสัตว์หากินในเวลากลางคืน อาศัยและก็หากินโดยลำพัง แต่ว่าในบางครั้งบางทีอาจอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ประกอบไปด้วย แม่และลูก ในตอนกลางวันจะอาศัยโพรงไม้เป็นที่หลับนอน อาหารตัวอย่างเช่น ผลไม้และก็สัตว์ที่มีขนาดเล็กประเภทต่างๆบนต้นไม้อีกทั้งแมลงรวมทั้งสัตว์เลื้อยคลาน ขึ้นต้นไม้ได้เก่งมาก โดยใช้หางที่ยาวเกาะเกี่ยวก้านไม้จากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่ง นอกเหนือจากนี้ยังสามารถว่ายน้ำได้อีกด้วย มีการสืบพันธุ์กันได้ตลอดทั้งปี ใช้เวลาตั้งครรภ์นาน 92 วัน คลอดลูกทีละ 1–3 ตัว หมีขอตัวเมียจะมีเต้านมทั้งหมด คู่ ลูกที่เกิดใหม่จะยังไม่สามารถใช้หางเกี่ยวกิ่ง
ไม้
ได้เสมือนตัวพ่อแม่

 …

สิงโตทะเล

สิงโตทะเล หรือ หมีทะเล Sea lions, Sea bears เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ Otariidae ในวงศ์ใหญ่Pinnipedia หรือแมวน้ำ จัดเป็นแมวน้ำมีหูจำพวกหนึ่ง พบกระจายพันธุ์ตามชายฝั่งทะเลทั่วโลก ตั้งแต่ทะเลเขตหนาวแถบขั้วโลกเหนือหรืออาร์กติก และเขตร้อนหรือเขตอบอุ่นในทวีปแอฟริกาหรืออเมริกาใต้ หรือบริเวณเส้นศูนย์สูตร เช่น เกาะกาลาปากอส

สิงโต-ทะเล จะมีลักษณะแตกต่างจากแมวน้ำ คือ มีใบหูขนาดเล็กที่ข้างหัวทั้งสองข้าง สามารถใช้ครีบทั้งสี่ข้างนั้นคืบคลานไปมาบนบกได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเดิน ต่างจากแมวน้ำที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เมื่ออยู่บนบกครีบของแมวน้ำใช้ได้เพียงแค่คืบคลานหรือกระเถิบตัวเพื่อให้เคลื่อนที่เท่านั้น

สิงโต-ทะเลโดยทั่วไปมีอายุโดยเฉลี่ย 20–30 ปี อาหารหลัก คือ ปลาและปลาหมึก มีลักษณะและขนาดแตกต่างกันไปตามชนิดในแต่ละภูมิภาค โดยชนิดที่ใหญ่ที่สุด คือ สิงโต-ทะเลสเตลลาร์ (Eumetopias jubatus) ที่ตัวผู้อาจยาวได้ถึง 3 เมตร น้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม สิงโต-ทะเลชนิดที่พบได้บ่อย คือ สิงโต-ทะเลแคลิฟอร์เนีย (Zalophus californianus) ตัวผู้มีความยาว 2.41 เมตร เมื่อโตเต็มที่ น้ำหนัก 300 กิโลกรัม

แหล่งที่มา th.wikipedia

Kangaroo นักกระโดดระดับโลก !!

 

Kangaroo จิงโจ้ จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องในตัวเมียสำหรับแพร่ขยายพันธุ์และเป็นที่อยู่อาศัยของลูกอ่อน นับเป็นสัตว์ในประเภทนี้ที่มีขนาดใหญ่ และเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่นของออสเตรเลีย

จิงโจ้นั้นจัดออกได้เป็นหลากหลายประเภท ในหลายวงศ์, หลายสกุล แต่ทั้งหมดจัดอยู่ในอันดับ Macropodiformes หรือที่เรียกในชื่อสามัญว่า “แมคโครพอด” (Macropod) ที่หมายถึง “ตีนใหญ่” แต่ทั้งหมดก็มีรูปร่างคล้ายกัน (แต่โดยปกติแล้ว จิงโจ้จะหมายถึงแมคโครพอดที่อยู่ในสกุล Macropus) คือ มีขาหลังที่ยาวแข็งแกร่ง ทรงพลัง ใช้ในการกระโดด และมีส่วนหางที่แข็งแรง ใช้ในการทรงตัว และใช้ในการกระโดด
ลักษณะ
จิงโจ้มีขนาดที่หลากหลาย ตั้งแต่มีลำตัวสูงแค่ 30-45 เซนติเมตร จนถึงสูงได้ถึง 6 ฟุต น้ำหนักกว่า 1.5 ปอนด์ ลักษณะขางอเป็นรูป ตัว Lกลับตัว มีเท้าแบบคน ทำให้ไม่มีกำลังขาในการแตะ จากศัตรู และไม่สามารถเดินถอยหลังได้

การที่จิงโจ้ต้องมีขาหลังใช้ในการกระโดด เชื่อว่าเป็นผลมาจากการวิวัฒนาการหรือการกลายพันธุ์ให้เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพภูมิอากาศของทวีปออสเตรเลีย อันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์พบว่า การกระโดดนั้นให้ผลในการเดินทางได้ดีกว่าวิ่งเหยาะ ๆ

การที่จิงโจ้กระโดดแต่ละครั้งนั้น จะเริ่มจากนิ้วตีน และได้รับแรงส่งจากกล้ามเนื้อน่องที่แข็งแรง เอ็นร้อยหวายก็ยืดอย่างเต็มที่ ขณะที่ส่วนหางก็ใช้ในการรักษาสมดุล

แหล่งที่มา sites.google

 

” ตัวนาก “  สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับสัตว์กินเนื้อ ในวงศ์ใหญ่ Mustelidae อันเป็นวงศ์เดียวกับวีเซลหรือเพียงพอน

นากเป็นสัตว์บกที่สามารถว่ายน้ำและหากินในน้ำได้อย่างคล่องแคล่วมาก มีรูปร่างโดยรวมหัวสั้นและกว้างแบน หูมีขนาดเล็กซ่อนอยู่ใต้ขน นิ้วตีนทั้ง 4 ข้างมีพังผืดคล้ายตีนเป็ด ขนลำตัวสีน้ำตาลอมเทา มี 2 ชั้น

ชั้นในละเอียด ชั้นนอกหยาบ ขาหลังใหญ่และแข็งแรงกว่า ขาหน้า ใช้ว่ายน้ำร่วมกับหาง มีฟันแหลมและแข็งแรง มีหนวดยาวใช้เป็นอวัยวะจับการเคลื่อนไหวของสิ่งที่อยู่ใต้น้ำและใช้เป็นประสาทสัมผัสเมื่อเวลาอยู่ในน้ำ ไล่จับปลาและสัตว์น้ำเล็ก ๆ เป็นอาหาร ในบางชนิดอาจกินสัตว์จำพวกอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ด้วย ออกหากินทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ขุดรูอยู่ริมตลิ่งใช้เป็นรังสำหรับอาศัยและเลี้ยงดูลูกอ่อน

นากจึงเป็นสัตว์ที่มีที่อยู่ในธรรมชาติใกล้กับแหล่งน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำต่าง ๆ หลากหลายประเภท เช่น บึง, ทะเลสาบ, ลำธาร, ป่าชายเลน แม้แต่พื้นที่เกษตรกรรมของมนุษย์ เช่น ท้องร่องในสวนผลไม้, นาข้าว หรือนากุ้ง เป็นต้น พบได้ทั่วโลก โดยชนิดที่ใหญ่ที่สุด คือ นากยักษ์ (Pteronura brasiliensis) พบในลุ่มแม่น้ำอเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ บางชนิดพบในทะเล คือ นากทะเล (Enhydra lutris) ที่สามารถนอนหงายท้องบนผิวน้ำทะเลและเอาหินทุบเปลือกหอยกินเป็นอาหารได้ด้วย

นากมีความสำคัญต่อมนุษย์ คือ ในอดีตมีการล่าเพื่อเอาหนังและขนทำเป็นเสื้อขนสัตว์ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปมีการล่าอย่างหนัก ทำให้นากหลายชนิดเกือบสูญพันธุ์ ซึ่งเสื้อขนสัตว์ 1 ตัว ต้องใช้ขนของนากมากถึง 40 ตัว จนทำให้ใกล้สูญพันธุ์ กระทั่งในปี ค.ศ. 1975 ทางกองทุนสัตว์ป่าโลก ได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ยกเลิกการค้าหนังนาก ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้นากได้รับความคุ้มครอง แต่กระนั้นในบางพื้นที่ก็ยังคงมีการลักลอบกันอยู่

แหล่งที่มา th.wikipedia

เมียร์แคต meerkat

 

” เมียร์แคต “ ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่มีขนาดลำตัวเล็ก น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม (2 ปอนด์) และสูงประมาณ 50 เซนติเมตร (20 นิ้ว) จัดอยู่ในวงศ์พังพอน (Herpestidae) มีถิ่นอาศัยอยู่ในทะเลทรายคาลาฮารีทางตอนใต้ของทวีปแอฟริกา

จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Suricata และแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดย่อย

เมียร์-แคตมีอุ้งเล็บที่มีลักษณะโค้งเพื่อใช้ในการขุด และมีจมูกไวมาก มีขนสั้นสีน้ำตาล มีขนเป็นแนวเส้นขนานพาดข้ามหลัง อาศัยและหาอาหารในโพรงดินที่ขุดขึ้น โดยอาหารได้แก่ แมลงชนิดต่าง ๆ รวมถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังตัวเล็ก ๆ อีกด้วย อีกทั้งยังสู้และกินสัตว์มีพิษต่าง ๆ ได้อีกด้วย เช่น แมงป่อง ตะขาบ งูพิษ เป็นต้น

มีพฤติกรรมอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่บางครั้งอาจมีสมาชิกถึง 30 ตัว และอยู่ร่วมกับสัตว์ขนาดเล็กชนิดอื่น ๆ เช่น กระรอกดิน ไม่ชอบอยู่กับที่ ชอบยืนชะเง้อคอ เพื่อตรวจดูและดมกลิ่นในบริเวณรอบ ๆ จะออกมารับแสงแดดในช่วงเวลาเช้าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เมียร์-แคตถือได้ว่าเป็นสัตว์มีประสาทสัมผัสและการระแวดระวังภัยที่ดีมาก โดยเฉพาะเรื่องการรับฟังเสียงจะสามารถได้ยินเสียงในรัศมีถึง 160 ฟุต (50 เมตร) และจะอพยพย้ายที่อยู่เมื่อมีภัย ทั้งนี้โพรงของเมียร์-แคตมีความลึกลงไปในใต้ดิน โพรงดินที่สร้างขึ้นสามารถเชื่อมต่อกัน ทำให้มีช่องทางเข้าออกมากขึ้นและช่วยให้มีทางหลบหนีเมื่อมีภัยมา

เมียร์-แคตจะขยายพันธุ์เมื่อมีอายุประมาณ 1 ปี จะออกลูกตามโพรง ช่วงฤดูผสมพันธุ์คือเดือนตุลาคม-มีนาคม ระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 11 สัปดาห์ ออกลูกครั้งละ 2-5 ตัว

แหล่งที่มา th.wikipedia…

แรด

 

” แรด “ เป็นสัตว์อยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับสัตว์กีบคี่ ในวงศ์ Rhinocerotidae ถือว่าเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ อาจ

เรียกได้ว่าเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดรองจากช้างก็ว่าได้ เพราะ แร-ดอาจมีขนาดยาวได้ถึง 3.6-5 เมตร ความสูงของไหล่ 1.6-2 เมตร น้ำหนัก 2.3-3.6 ตัน

แร-ด มีรูปร่างโดยทั่วไปคือ ตาเล็ก ปากงุ้มเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือสี่เหลี่ยม มีหนังที่หนามาก ในบางชนิดอาจเห็นเป็นชั้นคล้ายเกราะ และมีลักษณะเด่นที่สุด คือ เขาบริเวณสันจมูกที่งอกแหลมยื่นยาวอกมา

เรียกกันว่า “นอ” ซึ่งใช้เป็นอาวุธในการพุ่งชนป้องกันตัว ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว นอของ แร-ด นับว่าเป็นเขา (horn) อย่างหนึ่ง แต่เป็นเขาที่ไม่มีกระดูกเป็นแกนกลาง นอแรด ทำมาจากเคราติน (keratin) ซึ่งเป็น

โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลักของขน ผม และเล็บ โดยนอแรดไม่ได้เกิดจากขนที่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นตามที่เข้าใจผิดกัน นอแรดอาจยาวได้ถึง 1.5 เมตร แร-ด โดยทั่วไปจะมีนอ 2 นอ แต่บางชนิดจะมีเพียงนอเดียว

แร-ดเป็นสัตว์ที่ไม่มีต่อมเหงื่อ ดังนั้นจึงชอบนอนแช่โคลนหรือแช่ปลักเหมือนหมูหรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ เพื่อดับความร้อนและไล่แมลงที่มารบกวน หากินในเวลากลางคืน กลางวันนอนพักผ่อนซึ่งอาจนอนหลับในท่ายืนก็ได้

แร-ดเป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มาก แต่มีประสาทรับกลิ่นและประสาทหูดีเยี่ยม จึงเป็นสัตว์ที่มีนิสัยฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย ประกอบกับขนาดลำตัวที่ใหญ่จึงมักไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาติ ในปัจจุบันมีแร-ดหลงเหลือ

อยู่เพียง 5 ชนิด เท่านั้น พบในทวีปแอฟริกา 2 ชนิด ในเอเชีย 3 ชนิด และทุกชนิดเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แล้วทั้งสิ้น ศัตรูของ แร-ด เพียงอย่างเดียว คือ มนุษย์ ที่ล่าแร-ดเพื่อเอานอเนื่องจากเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยา โดยเฉพาะยาจีนเชื่อว่าเป็นยาเย็น สามารถดับพิษไข้ได้

แหล่งที่มา th.wikipedia

ยีราฟ Giraffa

ยีราฟ Giraffa เป็นสกุลหนึ่งของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใน Giraffidae เป็นสัตว์เคี้ยวเอื้อง มีลักษณะเด่น คือ เป็นสัตว์ที่ตัวสูง ขายาว ลำคอยาว มี

เขา 1 คู่ ตัวมีสีเหลืองและสีน้ำตาลเข้มเป็นลาย มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา ตัวผู้มีความสูง 4.8 ถึง 5.5 เมตร (16-18 ฟุต) และมีน้ำหนักถึง 200 กิโลกรัม (2,000 ปอนด์) ตัวเมียมีขนาดและความสูงน้อยกว่าเล็กน้อย จัดเป็นสัตว์บกที่มีความสูงที่สุดในโลก

ยีราฟ มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย ไม่ผลัดเขา ที่เขามีขนปกคลุมอยู่ เขาของยีราฟเป็นสิ่งแสดงถึงความแตกต่างระหว่างเพศ เขาของยีราฟตัวผู้ด้านบนมีลักษณะตัดราบเรียบและมีความใหญ่อวบกว่า ขณะที่ของตัวเมียจะมีขนสีดำปกคลุมเห็นเป็นพุ่มชัดเจ มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงราว 15-20 ตัว หรือมากกว่านั้น ในทุ่งโล่งร่วมกับสัตว์กินพืชชนิดอื่น ๆ เช่น แอนทิโลป, ม้าลาย หรือนกกระจอกเทศ เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 3 ปีครึ่ง ตั้งท้องนาน 420-461 วัน ลูกยีราฟหย่านมเมื่ออายุได้ 10 เดือน เมื่อคลอดออกมาแล้วจะสามารถยืนและเดินได้ภายในเวลาไม่นานเหมือนสัตว์กีบคู่ทั่วไป และวิ่งได้ภายในเวลา 2-3 วัน ตัวเมียมีเต้านมทั้งหมด 4 เต้า ยีราฟจะเป็นสัดทุก ๆ 14 วัน แต่ละครั้งเป็นอยู่ราว 24 ชั่วโมง มีอายุขัยเฉลี่ย 20-30 ปี

แหล่งที่มา th.wikipedia